เปิดข้อกฎหมายการใช้งาน “ก๊าซอุตสาหกรรม” และ “ก๊าซ LPG” ที่ผู้ประกอบการต้องรู้และปฏิบัติตามให้ถูกต้อง

ในการดำเนินธุรกิจโรงงานอุตสาหกรรม งานเชื่อม ตัด หรือแม้แต่ร้านอาหารขนาดใหญ่ที่มีการใช้ก๊าซในปริมาณมาก ความปลอดภัยถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุด กฎหมายจึงได้กำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนเพื่อป้องกันอุบัติเหตุและอัคคีภัย โดยแบ่งการควบคุมออกเป็น 2 ส่วนหลักคือ ก๊าซอุตสาหกรรม และ ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเรียกชื่อทางกฎหมายได้อย่างถูกต้อง และเตรียมสถานที่ รวมถึงบุคลากรได้ตรงตามข้อกำหนด เราได้สรุปสาระสำคัญของกฎหมายทั้งสองฉบับมาให้แบบเข้าใจง่ายและนำไปปฏิบัติจริงได้ทันที

Tank TSG HQ

1. กฎหมายความปลอดภัยเกี่ยวกับ “ก๊าซอุตสาหกรรม”

อ้างอิงจากประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม (ฉบับราชกิจจานุเบกษา เล่ม 129 ตอนที่ 90 ก วันที่ 19 กันยายน 2555) ได้กำหนดหลักเกณฑ์การใช้และเก็บรักษาก๊าซอุตสาหกรรมในโรงงานทุกประเภท

ก๊าซที่เข้าข่ายต้องควบคุม

กฎหมายระบุถึงก๊าซเฉพาะกลุ่ม ได้แก่:

  • ออกซิเจน (Oxygen)

  • ไนโตรเจน (Nitrogen)

  • อาร์กอน (Argon)

  • คาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Dioxide)

  • อะเซทิลีน (Acetylene)

  • ฮีเลียม (Helium)

  • ไฮโดรเจน (Hydrogen)

  • คลอรีน (Chlorine)

  • แอมโมเนีย (Ammonia) ยกเว้นระบบทำความเย็นในโรงงาน

  • ก๊าซอันตรายอื่นๆ ตามประกาศรัฐมนตรี

เงื่อนไขที่ “ต้องจัดให้มีคนงานควบคุมก๊าซ”

โรงงานของคุณจะต้องส่งพนักงานเข้าอบรมและขึ้นทะเบียนเป็น “คนงานควบคุมก๊าซ” กับหน่วยงานที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมรับรอง หากเข้าเกณฑ์ ข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้:

  1. มีการติดตั้ง ถังเก็บและจ่ายก๊าซ (Storage Tank)

  2. มีการใช้หรือเก็บก๊าซแบบท่อบรรจุก๊าซ (Cylinder) รวมกันตั้งแต่ 20 ท่อ (ภาชนะ) ขึ้นไป

  3. มีการใช้หรือเก็บก๊าซจากภาชนะบรรจุชนิดติดตั้งบนรถ (Tube Trailer)

2. กฎหมายการใช้ “ก๊าซ LPG” สำหรับธุรกิจและโรงงาน (ประเภทสถานที่ใช้)

สำหรับก๊าซหุงต้มหรือ LPG จะอ้างอิงตามกฎกระทรวงพลังงานปี พ.ศ. 2562 ซึ่งควบคุม “สถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทสถานที่ใช้” หมายถึง สถานที่ที่มีการต่อท่อก๊าซและอุปกรณ์เข้ากับถังก๊าซ LPG เพื่อใช้งาน (ไม่ใช่การร้านค้าส่งหรือสถานีบริการ)

โดยกฎหมายให้สูตรคำนวณปริมาณง่ายๆ คือ ก๊าซ LPG 1 ลิตร = 0.5 กิโลกรัม และแบ่งระดับการควบคุมออกเป็น 3 ลักษณะตามปริมาณการเก็บรักษา ดังนี้:

ลักษณะที่ 1: ปริมาณเกิน 250 ลิตร แต่ไม่เกิน 500 ลิตร (ประมาณ 125 – 250 กิโลกรัม)

เทียบเท่าถังขนาด 48 กิโลกรัม ตั้งแต่ 3 ถัง แต่ไม่เกิน 5 ถัง

  • สถานที่ตั้ง: ต้องตั้งที่พื้นชั้นล่างของอาคารในจุดที่จัดไว้เฉพาะ, อยู่บนพื้นคอนกรีตเรียบ, มีการระบายอากาศดี และสามารถเข้าไปปิด-เปิดวาล์วได้สะดวก

  • ระยะปลอดภัย: ห่างจากแหล่งประกายไฟหรือวัสดุติดไฟง่าย ไม่น้อยกว่า 3 เมตร

  • ความปลอดภัย: ห้ามวางถังซ้อนกัน, ต้องมีอุปกรณ์ยึดรั้งไม่ให้ถังล้ม และต้องติดตั้ง เครื่องดับเพลิง (ผงเคมีแห้งหรือน้ำยาดับเพลิง) ขนาด 6.8 กิโลกรัม อย่างน้อย 1 เครื่อง ในจุดที่หยิบใช้ง่าย

ลักษณะที่ 2: ปริมาณเกิน 500 ลิตร แต่ไม่เกิน 1,000 ลิตร (ประมาณ 250 – 500 กิโลกรัม)

เทียบเท่าถังขนาด 48 กิโลกรัม ตั้งแต่ 6 ถัง แต่ไม่เกิน 10 ถัง

  • ต้องมีแผนผังและรูปแบบชัดเจน: ต้องจัดทำแผนผังบริเวณรอบสถานที่ใช้ในระยะ 50 เมตร แสดงแนวท่อ อุปกรณ์ และระบบไฟฟ้า

  • การตรวจสอบระบบ: ต้องให้ “ผู้ทดสอบและตรวจสอบ” ที่ขึ้นทะเบียนตามกฎหมายมาตรวจสอบระบบท่อก๊าซและระบบไฟฟ้า (ป้องกันฟ้าผ่าและอุปกรณ์ไฟฟ้าในบริเวณอันตราย) ก่อนใช้งาน

  • เครื่องดับเพลิง: ต้องติดตั้งเครื่องดับเพลิงขนาด 6.8 กิโลกรัม อย่างน้อย 2 เครื่อง

  • กฎใหม่! ตรวจสอบระบบท่อก๊าซประจำปี: ตามประกาศกระทรวงพลังงาน พ.ศ. 2567 ผู้ประกอบการ ต้องจัดให้มีการทดสอบและตรวจสอบระบบท่อก๊าซเป็นประจำ “ทุกปี” โดยผู้ตรวจสอบที่ขึ้นทะเบียน พร้อมส่งรายงานให้กรมธุรกิจพลังงานหรือพลังงานจังหวัด ภายในวันที่ 31 ธันวาคม ของทุกปี (หากละเลยมีโทษตามกฎหมาย)

ลักษณะที่ 3: ปริมาณเกิน 1,000 ลิตรขึ้นไป (เกิน 500 กิโลกรัมขึ้นไป)

กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ โรงงาน หรือโรงแรม ที่ใช้ถัง 48 กิโลกรัม เกิน 10 ถังขึ้นไป หรือใช้ถังเก็บและจ่ายก๊าซ (Storage Tank/Bulk)

ข้อกำหนดจะมีความเข้มข้นสูงสุด โดยต้องปฏิบัติตามมาตรฐานของลักษณะที่ 1 และ 2 ร่วมกับข้อบังคับเพิ่มเติม ดังนี้:

  • บุคลากร: ต้องมี “พนักงานที่ผ่านการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง” และต้องติดป้ายรายชื่อพนักงานไว้ในจุดที่เห็นชัดเจน

  • กรณีใช้ถังต้ม (Cylinders) เป็นกลุ่ม: * จำกัดปริมาณไม่เกิน 2,000 ลิตรต่อหนึ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มต้องห่างกันอย่างน้อย 20 เมตร

    • หากห่างไม่ถึง 20 เมตร หรืออยู่ใกล้เขตที่ดิน ต้องสร้าง “กำแพงกันไฟ” สูงไม่น้อยกว่า 1.80 เมตร หนาอย่างน้อย 10 เซนติเมตร โดยเว้นระยะห่างจากถังถึงกำแพงอย่างน้อย 2.50 เมตร

    • ต้องมีรั้วโปร่งทนไฟสูง 1.80 เมตรล้อมรอบ พร้อมป้ายเตือน “อันตราย ห้ามสูบบุหรี่ ห้ามเกิดประกายไฟ ห้ามบุคคลภายนอกเข้า” ตัวอักษรสีแดงสูงไม่น้อยกว่า 5 เซนติเมตร

  • ระบบป้องกันอัคคีภัยขั้นสูง:

    • ติดตั้ง ระบบส่งเสียงเตือนภัยเมื่อก๊าซรั่ว (Gas Leak Detector/Alarm) และเปิดใช้งานตลอดเวลา

    • สำหรับกลุ่มถังหุงต้ม ต้องมีระบบหัวกระจายน้ำดับเพลิงที่ฉีดครอบคลุมพื้นที่

    • สำหรับถัง Storage Tank ต้องมีระบบท่อฉีดน้ำหล่อเย็นเหนือผิวถัง (Water Spray), เสากันชนป้องกันยานพาหนะ, ระบบท่อน้ำประปาดับเพลิง และหากถังใหญ่เกิน 50,000 ลิตร ต้องเพิ่มเครื่องดับเพลิงแบบล้อเลื่อนขนาด 50 กิโลกรัม อีก 1 เครื่องต่อถัง

  • เช็คลิสต์ 4 ข้อ เพื่อความถูกต้องตามกฎหมาย
  • สำรวจปริมาณและประเภทก๊าซในสถานประกอบการ: นับจำนวนท่อก๊าซอุตสาหกรรม(ท่อเต็มและท่อเปล่า)ถึง 20 ท่อหรือไม่ , มีถังเก็บและจ่ายก๊าซ (Storage Tank) หรือ ภาชนะบรรจุชนิดติดตั้งบนรถ (Tube Trailer) และ คำนวณปริมาณก๊าซ LPG รวมทั้งหมดว่าอยู่ใน “ลักษณะที่เท่าใด” (1, 2 หรือ 3) เพื่อการอ้างอิงที่ถูกต้อง

  • จัดส่งบุคลากรเข้าฝึกอบรม: หากใช้ก๊าซอุตสาหกรรมเกินเกณฑ์ ต้องมี “คนงานควบคุมก๊าซ” หากใช้ LPG ลักษณะที่ 3 ต้องมี “ผู้ปฏิบัติงานสถานที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว LPG ” ตามที่กฎหมายระบุ

  • เตรียมสถานที่และอุปกรณ์ความปลอดภัย: ปรับปรุงพื้นที่ตั้งถัง ระยะห่าง กำแพงกันไฟ ระบบเตือนก๊าซรั่ว และติดตั้งถังดับเพลิงให้ครบถ้วนตามจำนวนและชนิดที่กฎหมายกำหนด พร้อมตรวจเช็คบำรุงรักษาทุกๆ 6 เดือน

  • ตรวจระบบและต่อใบอนุญาตประจำปี: ปรับปรุงพื้นที่ ตั้งถังดับเพลิง ติดตั้งระบบเตือนก๊าซรั่ว และ อย่าลืมขึ้นทะเบียนตรวจทดสอบท่อก๊าซประจำปี  สำหรับสถานที่ใช้กรณีลักษณะที่ 2: ส่งรายงานผลการตรวจท่อก๊าซฯ ประจำปีให้หน่วยงานท้องถิ่น/กรมธุรกิจพลังงาน กรณีลักษณะที่ 3: ยื่นขอต่ออายุใบอนุญาต (ธพ.ป. 2) พร้อมแนบหนังสือรับรองผลการตรวจท่อก๊าซฯ ก่อนใบอนุญาตหมดอายุ

การใช้งานและการจัดเก็บก๊าซ ยังมีข้อกำหนดจากหน่วยงานอื่น ๆ ร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงแรงงาน (ด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย) หรือ กระทรวงกลาโหม (พ.ร.บ. ควบคุมยุทธภัณฑ์) รวมถึงมาตรฐานจาก วสท. อีกทั้งกฎหมายยังมีการปรับปรุงอยู่เสมอ เช่น เกณฑ์การตรวจท่อก๊าซประจำปี การหมั่นอัปเดตข้อมูลและปฏิบัติตามอย่างครบถ้วน จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยปกป้องธุรกิจของคุณให้ปลอดภัยและไร้ข้อกังวลทางกฎหมาย

หากสถานประกอบการของท่านกำลังวางแผนปรับปรุงพื้นที่จัดเก็บก๊าซ ออกแบบระบบท่อ ต้องการตรวจสอบและทดสอบท่อก๊าซประจำปี หรือ ต้องการจัดอบรมพนักงานควบคุมก๊าซให้ถูกต้องตามกฎหมายและมาตรฐานล่าสุด สามารถติดต่อทีมงานฝ่ายบริการลูกค้าของเราได้ทันที เราพร้อมให้คำปรึกษา ดูแล และยกระดับความปลอดภัยให้ธุรกิจท่านอย่างมืออาชีพ

Share:

Facebook
Twitter
Pinterest

ข่าวและบทความอื่นๆ